สิ่งที่คุณต้องรู้ก่อนเติมฟิลเลอร์ใต้ตา!

462

การเติมฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นอีกหนึ่งบริการทางความงามที่สาว ๆ หนุ่ม ๆ ในไทยฮิต และให้ความสนใจเยอะมาก ๆ เพราะช่วยแก้ปัญหาใต้ตาได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นใต้ตาดำคล้ำ ใต้ตาลึก ใต้ตาโบ๋ ที่ทำให้คุณดูโทรม ดูแก่กว่าความเป็นจริง อีกทั้งยังเป็นบริการทางความงามที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพดี และมีราคาที่จับต้องได้ หาคลินิกทำก็ไม่ยากเลยด้วย

เติมฟิลเลอร์ใต้ตา

แต่หลาย ๆ คนก็ยังไม่ได้รู้จักการเติมฟิลเลอร์ใต้ตาดีนัก และอาจยังไม่รู้ว่าตัวเองควรเติมฟิลเลอร์ใต้ตาไหม และมีข้อควรปฏิบัติใดบ้างที่ต้องทำตามหลังเติมฟิลเลอร์ใต้ตา หากอยากรู้ว่าเรื่องราวเกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา บทความนี้มีคำตอบให้คุณ

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาคืออะไร

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา หรือการเติมฟิลเลอร์ใต้ตา เป็นการฉีดสารสารไฮยาลูรอนิค แอซิด (Hyaluronic Acid) เข้าไปที่บริเวณใต้ตาทั้งสองข้าง เพื่อแก้ปัญหาใต้ดวงตาต่าง ๆ เช่น ใต้ตาดำ และใต้ตาลึก ซึ่งสารไฮยาลูรอนิค แอซิดนั้นเป็นสารเติมเต็มชนิดหนึ่งซึ่งปลอดภัย ไม่ส่งผลกระทบต่อร่างกาย และสามารถสลายไปเองได้ตามธรรมชาติโดยไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ และความงามของผู้ฉีด

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาอันตรายไหม

การเติมฟิลเลอร์ใต้ตาถือว่าไม่เป็นอันตราย แต่ผู้ที่สนใจฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาก็จำเป็นที่จะต้องให้ความสำคัญกับการเลือกคลินิก เลือกโรงพยาบาล แพทย์ และผลิตภัณฑ์ฟิลเลอร์ที่ใช้ฉีด เพราะแม้ว่าการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาจะปลอดภัย แต่การถูกหลอกโดยมิจฉาชีพที่ปลอมแปลงเป็นแพทย์ หรือการเลือกคลินิกที่ใช้ฟิลเลอร์ปลอมนั้นอันตรายมาก เพราะหากฉีดไม่ถูกจุด หรือใช้สารเติมเต็มที่ไม่ปลอดภัยก็อาจส่งผลให้ตาบอด ติดเชื้อ หรือถึงแก่ชีวิตได้เลย จึงจำเป็นที่จะต้องเลือกคลินิกฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาที่มีคุณภาพ มีมาตรฐาน ใช้ฟิลเลอร์แท้ และที่สำคัญคือต้องมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นคนฉีดให้จริง ไม่ใช้ผู้ช่วย หรือพยาบาลเป็นคนฉีดฟิลเลอร์ให้กับคุณ

ข้อควรปฏิบัติหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

หลังการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา คุณควรปฏิบัติตามคำแนะนำในการดูแลตัวเองของแพทย์อย่างเคร่งครัด โดยมีข้อปฏิบัติหลัก ๆ ดังนี้

  • ไม่หยีตา หรือขยี้ตา รวมถึงไม่ขยับใบหน้าเยอะในช่วง 3 วันแรก เพราะจะทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนตัวไปอยู่ตำแหน่งที่ไม่เหมาะกับใบหน้า
  • หากมีอาการบวมใต้ตาหลังฉีด สามารถประคบเย็นอย่างเบามือได้
  • ดื่มน้ำเยอะ ๆ เพื่อช่วยให้ฟิลเลอร์อยู่ได้นานขึ้น
  • ฟิลเลอร์นั้นละลายง่าย จึงควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสความร้อนที่บริเวณใต้ตา 
  • งดการทำเลเซอร์หน้าเป็นเวลาอย่างน้อย 1 เดือน
  • หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่