เป็นสิวที่หลัง ทำอย่างไรดี ?

52

สิวที่หลังปัญหาที่เกิดได้จากหลายสาเหตุ โดยมีปัจจัยที่เกิดมาจากรูขุมขนที่มีการอุดตันด้วยเชื้อแบคทีเรีย จนเกิดความมัน และรวมไปถึงเซลล์ผิวที่ตายแล้ว และรวมไปถึงสิ่งสกปรกที่สะสมอยู่ในเสื้อผ้าที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น เหงื่อ สิวปรากฏได้ในคนทุกเพศทุกวัย โดยที่สามารถทำการรักษาเบื้องต้นได้ด้วยวิธีง่าย ๆ โดยที่สิวตรงบริเวณที่หลัง และอก ถือว่าเป็นจุดที่มักจะเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรง หากพบว่าสิวที่เกิดขึ้นบริเวณหลังมีขนาดใหญ่กว่าปกติที่ และมีความรู้สึกเจ็บจี๊ด ๆ หรือมีจำนวนเยอะมาก ๆ ควรไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาอย่างเหมาะสม

ชนิดของสิวที่หลัง

ปัญหาเกี่ยวกับสิงที่เกิดขึ้นมาจากอาการอุดตันต่าง ๆ มีสาเหตุที่สามารถเกิดขึ้นได้มากมายหลายชนิด การรู้ถึงสาเหตุของสิวแต่ละชนิดที่เกิดขึ้นมาก่อน สามารถช่วยให้ทำการรักษาได้อย่างเหมาะสม สิวที่หลังมีชนิดต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

  • สิวอุดตันหรือสิวหัวขาว : ปัญหาที่มักจะเจอบ่อยที่สุด เกิดจากหัวสิวที่อุดตันอยู่ในรูขุมขนภายใต้ผิวหนังเจริญเป็นหัวสิวสีขาว
  • สิวหัวดำ : เป็นสิวที่เกิดจากการอุดตันรูขุมขนที่เปิดอยู่บริเวณผิวหนัง หัวสิวสีดำไม่ได้เกิดจากสิ่งสกปรกไปอุดตันรูขุมขน แต่เกิดจากปฏิกิริยาของไขมันและอากาศ
  • สิวอักเสบแบบตุ่มนูนแดง (Papules) : สิวลักษณะเฉพาะ โดยที่ตัวเม็ดสิวจะมีสีชมพู และมีขนาดเล็กกว่าปกติ สาเหตุเกิดมาจากการอักเสบที่เกิดขึ้นของสิวอุดตัน เป็นสิวชนิดที่ไวต่อการสัมผัส อาจติดเชื้อรุนแรงขึ้นหรือเป็นแผลเป็นได้หากไปดึงหรือบีบ
  • สิวอักเสบแบบหัวหนอง (Pustule) : เป็นอาการอักเสบของสิวชนิดหนึ่ง โดยที่หัวสิวอาจจะมีอาการเป็นหนองสีขาว หรือสีเหลืองขึ้นตามอาการ ที่เกิดจากการรวมตัวของสิวหัวขาวและอาการแดงบริเวณรอบ ๆ หัวสิว ไม่ควรดึงหรือบีบเพราะอาจทำให้เป็นจุดด่างดำหรือแผลเป็นได้

สิวที่หลังเกิดจากอะไร ?

สิวเป็นภาวะที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน และทุกวัน โดยปกติแล้วทุกคนมีต่อมน้ำมันภายใต้รูขุมขน ผลิตน้ำมันที่เรียกว่าซีบัม (Sebum) น้ำมันชนิดนี้จะออกมาเพื่อเป็นการสร้างความชุ่มชื้นให้กับเส้นผม และผิวหนัง หากน้ำมันและเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วไปอุดตันรูขุมขนก็จะทำให้เกิดสิว จนทำให้มีอาการแดง บวม หรือเป็นหนอง ซึ่งอาการแต่ละชนิดจะมีความรุนแรงที่ต่างกันไป โดยสิวอาจเกิดจากการที่ใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีส่วนผสมหลักเป็นน้ำมัน หรืออาจเกิดจากสาเหตุอื่น ๆ เช่น

  • ฮอร์โมน : ถือเป็นปัญหาที่มีผลโดยตรงต่อในช่วงวัยรุ่น เพราะเป็นช่วงอายุที่ฮอร์โมนมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด จึงถือเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะผู้หญิงที่อยู่ในช่วงการมีประจำเดือนหรือตั้งครรภ์
  • กรรมพันธุ์ : ปัญหาเรื่องสิวที่เกิดมาจากทางกรรมพันธุ์ จะมีอาการเห่อแดง โดยส่วนใหญ่แล้วสาเหตุจะเป็นเพราะ หนึ่งในสมาชิกในครอบครัวเคยประสบกับสิวระดับรุนแรงมาก่อน
  • เหงื่อ : ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดอาการสิวขึ้นตามร่างกาย หรือใบหน้า เพราะเมื่อใส่เสื้อผาที่มีขนาดที่พอดีกับตัวจนเกินไป เหงื่อที่สะสมอยู่ภายในเสื้อผ้า อาจทำให้สิวมีอาการรุนแรงขึ้นได้

สำหรับใครที่กำลังประสบปัญหาสิวที่หลัง สามารถทำการรักษาเบื้องต้นได้ด้วยตัวเอง เพื่อเป็นการป้องกัน บรรเทา และลดการแพ่การะจายตามส่วนต่าง ๆ สำหรับวิธีง่าย ๆ ก็คือการทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอบริเวณที่เป็นสิวอย่างอ่อนโยน ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ต้องใช้ใบสั่งแพทย์ ที่สำคัญไม่ควรแกะ หรือบีบสิวตรงบริเวณที่มีอาการคัน บวม แดงออก เพราะอาจทำให้เป็นแผลเป็นหรือเกิดการติดเชื้อ หากรักษาตนเองเบื้องต้นไม่ได้ผล ควรไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคผิวหนังโดยเฉพาะ